แจ็ค วิลเชียร์
Uncategorized

” แจ็ค แอนดรูว์ แกร์รี วิลเชียร์ ” หรือ ” แจ๊ค วิลเชียร์ “

แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษประกาศชัดขุนพล “สิงโตคำราม”

แจ็ค วิลเชียร์  เตรียมการมาเป็นอย่างดีสำหรับแมตช์เปิดสนาม เวิลด์ คัพ 2014 กับ อิตาลี พร้อมส่งสารถึงเพื่อนร่วมทีมว่าต้องจับตาย อันเดรีย ปีร์โล่

เพลย์เมคเกอร์คู่แข่งหากหวังผลลัพธ์ตามเป้า เพราะเคยมีบทเรียนแล้วในศึก “ยูโร 2012” ที่แข้งผู้ดีเจอเวทย์มนต์ของจอมทัพตัวเก๋าของอัซซูรี่เล่นงานเสียอยู่หมัด

 

แจ็ค แอนดรูว์ แกร์รี วิลเชียร์ หรือ แจ็ค วิลเชียร์

เกิดเมื่อ 1 มกราคม 1992 ที่ สตีฟเนจ , ฮาร์ทฟอร์ดเชียร์ ส่วนสูง : 172 ซม. ต้นสังกัด อาร์เซน่อล ตำแหน่ง กองกลาง

เขาเติบโตมาด้วยคำว่ากัปตันทีม โดยเขาเป็นกัปตันทีมของทีมโรงเรียน ไพรออรี และพาทีมแข่งฟุตบอลท้องถิ่น รวมไปถึงถ้วยระดับอำเภอ ตั้งแต่อายุ 7-10 ปี อีกทั้งยังลงแข่งถ้วยระดับชาติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ตั้งแต่เขามีอายุได้ 8 ปีเท่านั้น

 

เดือนตุลาคม ปี 2011 วิลเชียร์ เข้าร่วมอคาเดมีของอาร์เซน่อล ตอนนั้นเขามีอายุ 9 ปี เขาใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ 6 ปี จนมาได้เป็นกัปตันทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีของทีม ตอนที่เขามีอายุได้ 15 ปี ซึ่งตอนนั้นเขาก็ถูกจับไปเล่นในรุ่นอายุ 18 ปีอีกด้วย

 

ตอนฤดูร้อนปี 2007 วิลเชียร์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ได้แชมป์รายการ แชมเปียนส์ ยูธคัพ ต่อมาโค้ชของสโมสร สตีฟ เบาลด์ ได้ให้เขาเริ่มเล่นกับทีมอายุไม่เกิน 18 ปี ครั้งแรกโดยแข่งกับเชลซี อายุไม่เกิน 18 ปี

 

ต่อมาเขาสามารถทำประตูแรกให้กับทีม 18 ปี ในเกมที่เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 แล้วเขาก็สามารถทำแฮตทริกให้กับทีมได้ในเกมที่พบกับวัตฟอร์ด จนสามารถทำให้ทีมได้แชมป์เยาวชนกลุ่ม เอ ได้สำเร็จ

กุมภาพันธ์ 2008 เขาลงแข่งทีมสำรองอาร์เซนอลเป็นครั้งแรก เมื่ออายุ 16 ปี โดยแข่งกับเร้ดดิ้ง และ วิลเชียร์ทำประตูได้ด้วย แต่สุดท้ายจบเกมผลก็ออกมาด้วยการเสมอกันไป

 

ต่อมาเขาสามารถทำประตู 2 ประตูและช่วยส่งให้เพื่อนทำอีก 2 ประตู ในการลงแข่งเพียง 3 เกมให้กับทีมสำรองและในปลายฤดูกาล 2007/08 เขาลงเล่นในทีมชุดอายุไม่เกิน 16 ปี จนสามารถนำชัยชนะในถ้วยเฟอร์โรลี่ คัพ อีกทั้งยังได้ตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของการแข่งขันครั้งนี้ไปด้วย

 

ปี 2009 เขามีบทบาทสำคัญในการทีมเยาวชนของอาร์เซนอล ในชุดลุยศึกเอฟเอฟ ยูธคัพ 2009 โดยทำประตูในรอบรองชนะเลิศ และเกมที่เจอกับลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศเกมแรกเขาช่วยทีมยิงไป 1 ประตู

อีกทั้งส่งให้เพื่อนทำประตูอีก 2 ลูก จนทำให้ได้รับ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

 

กรกฎาคม 2008 วิลเชียร์ ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ในนัดกระชับมิตรก่อนเปิดฤดูกาล เขาเล่นนัดแรกให้กับทีมชุดใหญ่ในเกมที่พบกับบาร์เนต โดยลงแทน เฮนรี่ แลนส์บิวรี่ ในครึ่งหลัง

และเขาสามารถส่งบอลให้ เจย์ ซิมป์สัน ยิงประตูได้ และ วิลเชียร์ ทำ 2 ประตูแรกในนัดที่อาร์เซนอลชนะ บูร์เกนลันด์ ไป 10–2 และได้ลงสนามอีกครั้งอีก 2 วันต่อมาในนัดกระชับมิตรที่แข่งกับ

สตุ๊ตการ์ต อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อลห้ โอกาส วิลเชียร์ โดยใส่ชื่อเขาในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2009/10 โดยเวงเกอร์ มอบเสื้อหมายเลข 19 ให้กับเขา และกันยายน 2008 วิลเชียร์ ได้เปิดตัวนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ในเกมที่พบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่อีวูดพาร์ค

 

โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในนาทีที่ 84 ขณะนั้นเขามีอายุเพียง 16 ปี กับ 256 วัน ซึ่งเป็นสถิตินักเตะที่ลงสนามอายุน้อยที่สุดของสโมสรด้วย

วันที่ 23 กันยายน แจ็ค วิลเชียร์ สามารถทำประตูให้กับทีมชุดใหญ่เป็นประตูแรกในเกมที่เอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 6-0 ในศึกลีก คัพ

 

และวันที่ 25 พฤศจิกายน 2008 วิลเชียร์ ลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในนัดที่เจอกับดินาโม เคียฟ ทำให้กลายเป็นผู้เล่นอายุ 16 ปี คนที่ 5 ที่ได้ลงแข่งในแชมเปียนส์ลีก ต่อมาในเดือนมกราคม 2009 วิลเชียร์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับทางสโมสรในที่สุด

 

ก่อนเปิดฤดูกาล 2009/10 วิลเชียร์ สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก เอมิเรตส์ คัพ จนทำให้เขาได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ถึง 2 เกม และ

22 กันยายน 2009 เขาได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงให้อาร์เซน่อล ในรายการลีก คัพ และช่วยที่ให้เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2-0

มกราคม 2010 วิลเชียร์ ถูกโบลตัน ยืมตัวไปใช้งานจนกระทั้งจบฤดูกาล เกมแรกในลีกที่เขาลงเล่นให้โบลตัน คือเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

ฤดูกาล 2010/11 วันที่ 15 สิงหาคม 2010 เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับอาร์เซน่อล ในเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล และวันที่ 15 กันยายน วิลเชียร์ ลงเล่นนัดเจอกับแบล็คพูล

เขาสามารถส่งบอลให้เพื่อนทำประตูได้ด้วย ต่อมา วิลเชียร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้กับปืนใหญ่ เขาโชว์ผลงานได้ดีจน วิลเชียร์ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทีมประจำเดือนกันยายน

 

วันที่ 1 พฤศจิกายน วิลเชียร์ ได้เซ็นสัญญาระยะยาวกับอาร์เซน่อล และวันที่ 27 พฤศจิกายน เขาก็สามารถทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับ แอสตัน วิลล่า

และผลก็จบลงด้วยชัยชนะ 4-2 ต่อมา วิลเชียร์ ได้รับคำชมอย่างล้นหลามในเกมที่พาทีมเอาชนะเหนือ บาร์เซโลน่า 2-1 ซึ่งเกมนั้นเขาส่งผลสำเร็จถึง 93.5%

เมษายน 2011 วิลเชียร์ ได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก อีกทั้งยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

 

19 ธันวาคม 2012 วิลเชียร์ พร้อมเพื่อนร่วมทีมอย่าง อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ,คีแรน กิ๊บส์ ,อารอน แรมซี่ย์ และ คาร์ล เจนกินสัน ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป

และในวันที่ 16 มกราคม 2013 วิลเชียร์ ได้ซัดประตูโทนใส่ สวอนซี ในศึกเอฟเอ คัพ ในเดือนเมษายน วิลเชียร์ ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี และสุดท้ายเขาก็ได้รับรางวัลนี้ไป ทำให้เขาได้รางวัลนี้เป็นสมัยที่ 2 ของตัวเอง

แหล่งที่มมา  sport-idol

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *