Mateo Kovacic
Uncategorized

ประวัติ ของ มาเตโอ โควาซิช นักเตะสัญชาติ โครเอเชีย


มาเตโอ โควาซิช Mateo Kovacic เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม 1994 เกิดที่ ลินซ์, ออสเตรีย
เป็นคนสัญชาติ โครเอเชีย และเล่นในตำแหน่ง กองกลาง

มาเตโอ โควาซิช Mateo Kovacic เข้าร่วมทีมเชลซีเต็มตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 หลังประสบผลสำเร็จในช่วงฤดูกาลแรกที่ถูกยืมมา
นักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียวัย 24 ปีย้ายมาร่วมทีมพร้อมกับประสบการณ์สูง

หลังจากที่ลงเล่นมาแล้วทั้งในเซเรีย อาลาลีก้า, แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และทีมชาติ เขาลงเล่นให้โครเอเชียไป นัด
ในช่วงบอลโลก 2018

โควาซิเป็นกองกลางที่ชอบเล่นประสานเร็ว เขาผสมผสานการทำงานหนัก ความสามารถในการครองบอลแล้วก็การส่งบอล
แบบทะลุช่องเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถเล่นได้ในทุกตำแหน่งของแดนมิดฟิลด์

2018/19
โควาซิชลงเดบิวต์ให้เชลซีโดยเป็นตัวสำรองในเกมชนะอาร์เซนอลช่วงต้นฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา
สร้างความประทับใจจากความฉลาดในการใช้บอลและก็เทคนิคส่วนตัว เขากลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีม
ในตำแหน่งสามประสานแดนกลาง โดยลงเล่นเป็นตำแหน่งด้านซ้าย

แข้งวัย 25 ปีรายนี้มีส่วนสำคัญสำหรับการคว้าชัยชนะยูโรป้า ลีก ออกสตาร์ท 10 เกมจากทั้งหมด 15 นัด

รวมเกมรอบชิงที่บากูด้วย  ทำผลงานโดดเด่นสะดุดตาในเกมที่อาเซอร์ไบจานและมีส่วนกับสามประตู

2019/20
โควาซิชลลงเล่นภายใต้การควบคุมทีมของแฟรงค์ แลพาร์ด เล่นประสานกับจอร์จินโญ่ได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วยปั้นเกมรุกจากแดนกลางด้วยความชำนาญการเลี้ยงบอลชั้นยอดเยี่ยม

เขาทำประตูแรกให้เราได้ เป็นประตูแรกในรอบเกือบสามปีของเจ้าตัวในเกมเยือนบาเลนเซียจากระยะ 20 หลา
และยิงประตูที่สองได้ในเกมลีกนัดที่เราแพ้เอฟเวอร์ตัน

จอร์แดน
Uncategorized

Jordan Bernard Rossiter จอร์แดน รอสซิเตอร์

Jordan Bernard Rossiter จอร์แดน รอสซิเตอร์ เกิดวันที่ 24 มีนาคม 1997 เกิดที่ ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ
เป็นคนสัญชาติ อังกฤษ เล่นในตำแหน่ง กองกลาง ของสโมสร ลิเวอร์พูล

รอซิเตอร์ ร่วมทีมเยาวชนหงส์แดง ตั้งแต่อายุ ขวบ เขาเปิดฉากทีมชุดยู 18 ในวันเกิดครบรอบ 15 ปี
ต่อมาเขาได้เปิดฉากในรายการ เนกซ์เจน ซีรี่ส์

ในเกมที่เจอกับ อินเตอร์ มิลาน โดย ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

ออกมาพูดว่า รอซิเตอร์ มีพรสวรรค์ที่จะเก่งได้เท่า ตีเว่น เจอร์ราร์ด จบฤดูกาล เขาได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของคาเดมี่

ระหว่างฤดูกาล 2013-14 รอซิเตอร์ ได้ร่วมฝึกฝนกับทีมชุดใหญ่ แล้วก็มีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมพรีเมียร์ ลีก
ที่เจอกับกับ เชลซี

ช่วงวันที่ 29 เดือนธันวาคม 2013 วันที่ 23 เดือนกันยายน 2014 รอซิเตอร์ มีชื่อเป็นตัวจริงลงเปิดฉากเกมลีก คัพ
ที่เจอกับ มิดเดิลสโบรซ์

พร้อมทำประตูฉลองการติทีมชุดใหญ่ ให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 10 กลายเป็นสถิตินักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุด
เป็นอันดับสองที่ยิงประตูได้ ถัดจาก ไมเคิล โอเว่น

และล่าสุด เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของลิเวอร์พูล ออกมายกยอ ไอ้หนู จอร์แดน รอสซิเตอร์ ที่ได้โอกาสประเดิมให้ทีม
พร้อมซัดประตูขึ้นนำจากระยะ 30 หลา ในเกมชนะ มิดเดิลสโบรซ์ ในถ้วยแคปิตอล วัน คัพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

รอสซิเตอร์วัย 17 ปี ที่ได้รับการจับตามองจากฟอร์มที่แกร่งในทีมชุดเล็ก จนเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแล้ว

“ผมชอบเขามาก เขามีคาแรกเตอร์ที่ยอดเยี่ยม และแข็งแกร่งเหมือนที่ผมและสตีวี่เป็น พรสวรรค์ของเขาเยี่ยมมากๆ”

“จอร์แดน รอสซิเตอร์ โชคดีมากๆ ผมดีใจที่ได้เห็นเด็กท้องถิ่นได้รับโอกาสลงเล่นในคืนนี้ ผมขอยกเครดิตให้ผู้จัดการทีมของพวกเขาด้วย”…

ชาร์ลี ออสติน
Uncategorized

ชาลี ออสติน นักเตะผู้อาภัพทีมใหญ่

ชาร์ลี ออสติน หนุ่มเชื้อชาติ อังกฤษ เขาวันเกิดวันที่ 5 กรกฎาคม 1989
สถานที่เกิด ฮังเกอร์ฟอร์ด , อังกฤษ เล่นในตำแหน่ง กองหน้า สโมสร ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส

ประวัติ ออสติน เกิดที่เมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเชียร์ โดยเริ่มฝึกฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ เร้ดดิ้ง จนอายุ 15 ปี
เขาได้เล่นให้กับทีมท้องถิ่นอย่าง คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส

และสามารถโชว์ฟอร์มการยิงประตูได้อย่างดุดันโดยลงสนามไป 27 นัดยิงได้ 20 ประตู ทำให้ในปี 2008
เขาก็ได้ย้ายไปร่วมทีมของเมืองเกิดอย่าง ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์

ทว่าเขาดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่นักเมื่อเล่นให้กับทีมบ้านเกิดของตนเอง เพราะ ออสติน ลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัดยิงไปได้เพียง 5 ลูกเท่านั้น
ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ บอร์นมัธ

ทำให้ ออสติน ต้องไปเล่นให้กับทีมระแวกนั้นแทน และนั่นก็คือทีม พูล ทาวน์ ซึ่งที่นี่ก็เหมือนกับทำให้ ออสติน
กลับมาฉายแววเจิดจรัสอีกครั้งด้วยฟอร์มการระเบิดประตูที่ยอดเยี่ยมจากการยิงไปทั้งหมด 48 ลูก

กับการลงสนาม 42 นัด ระหว่างนั้นเขาได้ถูก สโมสร บอร์นมัธ เชิญตัวไปทดสอบฝีเท้าแต่ทว่ากุนซือในตอนนั้นอย่าง
เอ็ดดี้ ฮาวย์ ยังไม่เห็นแววอันเจิดจรัสของเขาเลยปฎิเสธไป ทว่า ออสติน

ไม่ได้รับความสนใจจากแค่ สโมสรเดียวเท่านั้นยังมีอีก 1 ทีมอย่าง สวินดอน ทาวน์ ที่ให้ความสนใจในตัวเขาและเชิญตัวไปทดสอบฝีเท้า
ซึ่ง ชาร์ลี ออสติน ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เมื่อในเกมทดสอบฝีเท้าเขาจัดการเหมาคนเดียว 4 ประตู
จนทำให้ต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ไม่ลังเลเลยที่จะจับเขาสัญญาเข้าเป็นนักเตะในทีม…

กวินทร์
Uncategorized

ประวัติ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ “

ประวัติของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ หรือ ตอง เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ 2533 เล่นในตำแหน่ง ผู้รักษาประตู สโมสรปัจจุบัน OH LUVEN

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทยปัจจุบันลงเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับ สโมสรฟุตบอล เมืองทองยูไนเต็ด
การศึกษา จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ แอแบค กวินทร์เริ่มเล่นฟุตบอลแบบจริงจังตอนเขาอายุ 10 ขวบ

เขาเริ่มเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้กับสโมสรราชประชาตอนเขาอายุเพียง 17 ขวบ เขาทำผลงานได้ดีจนเมืองทองยูไนเต็ดสนใจเขามาร่วมทีม
และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ขาดจากทีมไปไม่ได้ ใน พ.ศ 2556

เขาได้เปลี่ยนจากกวิน มาเป็น กวินทร์ จากคำแนะนำของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี จนต่อมาฟอร์มเขาก็ดีมากกับเมืองทองและมีสโมสรที่มีคนในประเทศไทยถือหุ้นอยู่
ได้เล็งจับตาซื้อตัวเขา สุดท้ายเขาได้ย้ายไปสโมสร OH LUVEN ด้วยสัญญายืมตัว 5 ปี…

ทริสตอง
Uncategorized

ประวัติ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ทริสตอง โด

ทริสตอง สมชาย โด ชื่อในวงการ ทริสตองโดเกิดวันที่ 31 มกราคม 2536

ประวัติ ทริสตอง โด เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2536 บิดาชื่อ สมชาย โด
เป็นลูกครึ่งไทย-เวียดนาม ส่วนมารดาเป็นชาวฝรั่งเศส

ปู่ของทริสตองอพยพมาจากประเทศเวียดนามสู่ไทยตั้งแต่ยังเด็ก
ก่อนจะย้ายครอบครัวไปยังปารีส ประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

ทริสตอง โด เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยเชื้อสายฝรั่งและเวียดนาม

ปัจจุบันเล่นตำแหน่งแบ็คขวาให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไทย พรีเมี่ยร์ลีก
หนึ่งในทีมชาติไทยอายุไม่เกิน 23 ปี

ได้ คว้าเหรียญทองได้ในซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยยิงประตูให้ทีมชาติ
ในทัวนาเมนต์ได้ 2 ประตู จากตำแหน่งแบ็คขวา…

Chappuis
Uncategorized

สามีของสาวหลายๆคน ชาริล ชัปปุยส์ Charyl Chappuis

ชาริล ชัปปุยส์ Charyl Chappuis วันเดือนปีเกิด วันที่ 12 มกราคม ค.ศ.1992 สถานที่เกิด โคลเตน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สัญชาติ สวิส-ไทย ส่วนสูง 177 เซนติเมตร นักฟุตบอล กองกลาง

ชาริล ชัปปุยส์ หรือชื่อตามบัตรประชาชนว่า ชาริล ยานนิส ชาปุย Charyl Yannis Chappuis เป็น นักฟุตบอลลูกครึ่งสวิส ไทย
ในช่วงเวลานี้เล่นตำแหน่งกองกลางให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ดในไทยลีก

ชับปุยส์เคยเล่นให้กับทีมชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รวมถึงรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี
ชุดที่ได้แชมป์บอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศไนจีเรียใน พ.ศ. 2552

ก่อนมาเล่นให้ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยเป็นหนึ่งในนักเตะชุดที่ได้เหรียญทองสำหรับการแข่งกีฬาซีเกมส์ 2013
ที่ประเทศพม่า และก็คว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้

รวมถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในทีมชาติไทยชุดใหญ่ในชุดที่ครองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014

ระดับอาชีพ
2013-ปัจจุบัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2010-2012 กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค ชุดใหญ่
2009-2011 กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค สำรอง

ระดับเยาวชน
2003-2009 กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค
2000-2003 วายเค ยูเวนตัส
1999-2000 โคลเทน

ระดับทีมชาติ
2010-2011 สวิตเซอร์แลนด์ ยู-19
2008-2009 สวิตเซอร์แลนด์ ยู-17

เกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

ระดับสโมสร
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : แชมป์ถ้วยพระราชทาน ถ้วยก. 1 สมัย (2013), แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2013, แชมป์
มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2013, แชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2013

ระดับทีมชาติ
– สวิตเซอร์แลนด์ : คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 2009
– ทีมชาติไทย : คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่เมียนมาร์ ปี 2013…

อิกาโล่
Uncategorized

โอเดียน อิกาโล่ Odion Ighalo ความหวังใหม่ของปีศาจแดง

โอเดียน อิกาโล่ Odion Ighalo เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1989 ในเมืองลากอส ของประเทศไนจีเรีย ในวัยเด็กของเขา
เขามักจะเก็บเงินจากการซื้อขนมเอาไว้เพื่อดูเกมฟุตบอลทุกนัดที่สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงแข่งขัน
โดยในเวลานั้นเขามี แอนดี้ โคล และดไวท์ ยอร์ค เป็นไอดอลในการเล่นฟุตบอล ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน
และเลือกเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

เขาฝึกซ้อมทักษะต่างๆ อย่างเอาจริงเอาจัง แล้วก็ได้ออกเดินสายเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ในระแวกบ้านหลังเลิกจากงานรับจ้าง
ก่อนที่ฟอร์มการเล่นของเขาจะเข้าไปสะดุดตาแมวมองจากสโมสร ลินน์ ทีมในลีกนอร์เวอร์ ที่ผ่านมาเห็นและได้พาเขามาทดสอบฝีเท้ากับทีมก่อนที่จะได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกในปี 2007

อิกาโล่ กลายเป็นดาวยิงที่ถูกจับตามองจากหลายสโมสรเป็นอย่างมาก และด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงของตัวเขา
ส่งผลให้ในซีซั่นแรกของเขากับ ลินน์ ออกมาได้อย่างหน้าประทับใจ โดยลงเล่นไปทั้งหมด 20 นัด และทำไปได้ 9 ประตู
จากฟอร์มการเล่นที่สุดร้อนแรงของเขาจึงทำให้สโมสร อูดิเนเซ่ ไม่รอช้ารีบกระชากตัว โอเดียน อิกาโล่ ไปร่วมทีมทันที

โคโนเปลียงก้า
Uncategorized

นักเตะชาวยูเครน เยฟเก้น โคโนปลียังก้า

เยฟเก้น โคโนเปลียงก้า Yevhen Konoplyanka วันเกิด 29 กันยายน 1989 เกิดที่ คิโรโวห์รัด, ยูเครน
เป็นคนสัญชาติ ยูเครน ส่วนสูง 176 เซนติเมตร เล่นในตำแหน่ง ปีก

โคโนเปลียงก้าได้เข้าร่วมกับศูนย์เยาวชนของสโมสร โอลิมปิค คิโรโวห์รัด หลังจากนั้น โคโนเปลียงก้า ก็ไปเซ็นสัญญาเข้าร่วมเป็นทีมเยาวชนของสโมสร ดนิโปร ดนิโปรเปตตร็อฟส์ค ตอนอายุเพียง 16 ปี โดยตอนนั้นเขาอยู่ชุดสำรองและได้รับค่าเหนื่อยเพียง 300 ดอลล่าร์เท่านั้น

ต่อมาเขาได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และได้ลงสนามในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ปี 2007 เป็นเกมที่เปิดบ้านพบกับซาคาร์พัตเตีย อุซห์โฮร๊อด แต่สุดท้ายการแข่งขันก็จบลงที่เสมอ 0 – 0 โดย โคโนปลียังก้า ได้ลงสนามนัดแรกเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 83 แทนยาบา คานกาว่า

โคโนปลียังก้า สามรถทำประตูแรกให้กับตัวเองได้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี 2010 ในเกมที่เปิดบ้านเจอกับซอร์ย่า ลูฮันส์ค แต่ก็เสมอไป 2 – 2 และในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซั่น 2009 – 2010 เขาก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงและลงเตะครบ 90 นาทีในทุกนัดที่เหลือ

ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2011 ทีมดินาโม เคียฟ ก็ได้ยื่นข้อเสนอซื้อตัวด้วยเงินจำนวน 14 ล้านยูโรเพื่อเอาตัวเขาไปร่วมทีม แต่กุนซือของทีมได้ตั้งค่าตัวของ โคโนปลียังก้า เอาไว้ที่ 50 – 60 ล้านยูโร

เมื่อเดือนมกราคมปี 2014 โคโนปลียังก้า เกือบจะได้ไปอยู่กับลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ แต่ประธานสโมสรของเขาก็ปฏิเสธที่จะอนุมัติการโอนย้ายทีมครั้งนี้

โคโนปลียังก้า ยังคงโชว์ฟอร์มอย่างสุดยอดและมีส่วนที่ช่วยให้ทีมได้รับความสำเร็จมาหลายครั้งตลอดฤดูกาล 2014 – 2015 โดยพาทีมแข่งจบที่อันดับ 3 ของลีกสูงสุดของยูเครน และเข้ารอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า ยูโรป้าลีก 2015 ก่อนที่จะมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2014 – 2015

ในวันที่ 2 กรกฎาคม ปี 2015 เซบีญ่า ก็ประกาศออกมาว่า โคโนปลียังก้า กำลังอยู่ในช่วงตรวจร่างกาย และในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็ออกมายืนยันอีกครั้งว่า โคโนปลียังก้า ได้ย้ายมาร่วมทีมเรียบร้อยแบบไม่มีค่าตัว โดยเซ็นสัญญา 4 ปีและมีเงื่อนไขในการฉีกสัญญาอยู่ที่ 40 ล้านยูโร

เขาได้ลงสนามกับทีมใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ในศึกยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2015 ที่พบกับบาร์เซโลน่า โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองแทน โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ในช่วงนาทีที่ 68 ก่อนที่เขาจะจัดการซัดประตูตีเสมอได้ 4 -4 ในนาทีที่ 81 แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไป 4 – 5 ในช่วงทดเวลาพิเศษ

Martin
Uncategorized

ประวัติ มาร์ติน สเคอร์เทล นักเตะสโมสรลิเวอร์พูล

มาร์ติน สเคอร์เทล Martin Skrtel เป็นคนสัญชาติ เช็คโกสโลวาเกีย วันเกิด 15 ธันวาคม 1984 สถานที่เกิด แฮนด์โลว่า , เช็คโกสโลวาเกีย เล่นในตำแหน่ง กองหลัง ของสโมสร ลิเวอร์พูล

ประวัติ มาร์ติน สเคอร์เทล  เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสร เอเอส เทรนซิน ในปี 2001 ซึ่งเขาก็เริ่มเล่นในตำแหน่ง เซนเตอร์ฮาล์ฟ ตามที่เขาถนัดในทันทีโดยเขาอยู่ที่ทั้งหมด 3 ได้โอกาสลงสนาม 44 นัดและยิงไปได้ 8 ประตู จนกระทั่งปี 2004 หลายต่อหลายทีมในยุโรปก็ได้เริ่มให้ความสนใจในตัวเขา

สคอเทล เกิดใน Handlová และเติบโตใน Ráztočno และเริ่มเล่นฟุตบอลที่อายุ 6 ขวบ น้ำแข็งผู้เล่นฮอกกี้อำนาจเขาตามอาชีพของบิดาของเขา เขาเป็นคนสุดท้องของเด็กสามคนกับพี่ชายDušanและน้องสาวของ Marcela Skrtel เล่นเป็นปีกซ้ายหรือกองหน้าจนกว่าจะอายุ 16 ตอนที่เขาถูกขอให้กรอกข้อมูลลงในขณะที่ใจกลางเกมลับสำหรับทีมเยาวชนสโลวัก เขาตกลงที่ถึงแม้ว่าเขาไม่เคยเล่นในตำแหน่งนั้นก่อน

11 มกราคม 2008 สเคอร์เทล ตัดสินใจเซ้นสัญญากับ ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูลด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง ค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ โดยในตอนนั้นเป็นกุนซือชาวสเปนอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ดึงปราการหลังรายนี้เข้ามาร่วมทีม โดยกุนซือ ”สมองเพรช” โดยพูดถึงความสามารถของ สเคอร์เทล ว่า ”เขาเป็นนักเตะที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีและมีความเร็วซึ่งนี่จะทำให้ทีมที่มีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีมรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในเกมรับ”

26 มกราคม 2008 สเคอร์เทล สามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของ ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จในเกม เอฟเอ คัพ รอบสี่ ที่พบกับ ฮาแวนท์ แอนด์ วอเตอร์ลูวิลล์ โดยเขาขึ้นมาทำประตูได้ในจังหวะลูกเตะมุม ซึ่งเขาเองสามารถเป็นที่ชื่นชอบของเหล่า ”เดอะค็อป” ได้อย่างรวดเร็วและฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม

ในช่วงฤดูกาล 2008-2009 ต้นๆของฤดูกาล สเคอร์เทล ตกเป็นเพียงตัวสำรองของ ดาเนียล แอ็กเกอร์ เท่านั้น

ฤดูกาล 2009-2010 สเคอร์เทล ทำประตูแรกในลีกให้กับทีมจนได้ ในเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ด้วยการรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวาของเขาทำให้ฤดูกาลนี้ ทีมดังแห่งย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ตัดสินใจขยายสัญญาของเขาออกไปอีก 2 ปี

ฤดูกาล 2010-2011 มาร์ติน สเคอร์เทล กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นครบทุกนาทีและทุกนัดให้กับทีมในศึก พรีเมียร์ลีก โดยในฤดูกาลนี้เขาสามารถโชว์เหมาคนเดียว 2 ประตูได้ด้วยในเกมที่บุกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ฤดูกาล 2011-2012 เกมนัดแรกของศึก พรีเมียร์ลีก เริ่มขึ้น สเคอร์เทล โชว์ทำประตูแรกได้ในทันทีพาทีมไล่อัด โบลตัน ไปได้แบบสบายๆ

ฤดูกาล 2012-2013 หลังกุนซือ เคนนี่ ดัลกริช ถูกปลดออกไปและเป็น แบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามารับช่วงต่อ สเคอร์เทล ก็ส่อแววจะหมดอนาคตกับทีมไปเสียแล้วเพราะในฤดูกาลนี้เจ้าตัวฟอร์มดรอปลงไปอย่างน่าใจหาย เล่นผิดพลาดในหลายๆเกมจนทำให้ข่าวในการต่อสัญญากับทีมเริ่มส่อแววว่าจะไม่เกิดขึ้น

ฤดูกาล 2013-2014 ลิเวอร์พูล ยังคงไว้ใจในตัว มาร์ติน เมื่อมีรายงานว่า ”หงส์แดง” ปฏิเสธข้อเสนอเป็นจำนวน 10 ล้านปอนด์ จาก นาโปลี ที่อยากจะคว้าตัวปราการหลังรายนี้ไปร่วมทัพ

ฤดูกาล 2014-2015 สเคอร์เทล สวมปลอกแขนกัปตันทีมพา ลิเวอร์พูล กลับมาลงเล่นในเกม แชมป์เปี้ยนส์ลีก อีกครั้งด้วยการพบกับ เรอัล มาดริด

ฤดูกาล 2015-2016 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2015 สเคอร์เทล ได้รับสัญญาฉบับใหม่จาก ลิเวอร์พูล และในเกมลีกคัพเมื่อ 23 กันยายน 2015 สเคอร์เทล ลงเล่นนัดที่ 300 ในสีเสื้อ ”แดงเพลิง” ซึ่งเขาก็เป็นคนหนึ่งในการดวลจุดโทษที่ช่วยให้ ”หงส์แดง” เอาชนะ คาร์ไลส์ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ 21 พฤศจิกายน 2015 เขาสามารถยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกอัด แมนฯซิตี้ 4-1 ด้วยการวอลเลย์แบบเต็มแรงหน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 6 ปีเต็มพอดีที่เจ้าตัวเคยยิง แมนฯซิตี้ เอาไว้

6 ธันวาคม 2015 สเคอร์เทล ทำสถิติเทียบเท่ารุ่นพี่อย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ ซึ่งเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก ในการทำเข้าประตูตัวเอง 7 ลูก โดยมันเกิดขึ้นในเกมที่ ลิเวอร์พูล พบกับ นิวคาสเซิ่ล จนกระทั่ง 20 ธันวาคม ถือว่าเป็นฝันร้ายทั้งของเจ้าตัวและ ”เดอะ ค็อป” ทั่วโลกหลัง สเคอร์เทล ได้รับอาการบาดเจ็บจนต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ด้วยกัน ซึ่งมันเกิดขึ้นในช่วงที่ ลิเวอร์พูล กำลังขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งเกมรับอีกด้วย…

ฮาร์กรีฟส์
Uncategorized

ประวัติของ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์

โอเว่น ลี ฮาร์กรีฟส์ เกิดวันที่ 20 มกราคม 1981 ที่เมือง คัลการี่, อัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา เขาเป็นลูกคนเล็ก ของมาร์กาเร็ต และโคลิน ฮาร์ กรีฟส์ โดยพ่อของเขาโคลิน
ที่อดีตก็เคยเป็นนักเตะเยาวชนของโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส แล้วยังเคยเล่นให้กับคัลการี่ คิกเกอร์ส ในฟุตบอลลีกแคนาดาด้วย ส่วนพี่ชายคนโตของเขา ดาร์เรน
ก็ยังเคยเล่นให้กับทีมชาติชุดเล็กของแคนาดา แต่โอเว่น แม้ว่าจะเคยเล่นให้กับทีม คัลการี่ ฟุตฮิลล์ส แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้พัฒนาความสามารถ

จนกระทั่ง ในวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 เขาก็ย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค ด้วยวัย 16 ปี เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 19 ปีของบาเยิร์น อยู่ 2 ปีครึ่ง
แล้วจึงขึ้นมาเล่นกับทีมสำรองอีก 6 เดือน จากนั้นในวันที่ 12 สิงหาคม 2000 ฮาร์กรีฟส์ ก็ได้ลงเล่นนัดแรกในบุนเดสลีกา โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทนคาร์สเท่น ยังก์เกอร์
ในนาทีที่ 83 จากนั้นอีก 1 เดือน เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมที่พบกับ อันเตอร์เฮชิง และในฤดูกาลนั้นบาเยิร์น ก็ได้แชมป์บุนเดสลีกา และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เขามีแม่เป็นชาวเวลส์ จึงสามารถที่จะลงเล่นให้ทีมชาติใดก็ได้ในเกาะอังกฤษหรือเขาจะเลือกเล่นให้ทีมชาติแคนาดา ก็ได้ นอกจากนี้หากเขารอซักช่วงเวลาหนึ่ง
ก็จะสามารถลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ได้เช่นกัน แต่เขาก็เลือกที่จะเล่นให้ประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อเขาคือ อังกฤษ และในวันที่ 31 สิงหาคม 2000 ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี
ภายใต้การคุมทีมของ โฮเวิร์ด วิลกินสัน ก็เรียกเด็กหนุ่มวัย 19 ปีจากบาเยิร์น มิวนิค ผู้นี้ติดทีมชาติและลงเล่นให้กับเกมที่พบกับจอร์เจีย โดยทีมชาติอังกฤษ เอาชนะไปได้ 6 – 1

และในช่วงฤดูกาลแรกของเขากับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค ฟอร์มการเล่นของเขาในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับรีล มาดริด และต้องพบกับนักเตะดังๆ อย่างหลุยส์ ฟิโก้
และโรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่เขาก็ทำให้ทุกคนต้องหันมามองเขาด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีมนอกเกาะอังกฤษ
ซึ่งก็เป็นอีกคนหนึ่งก็คือ สตีฟ แม็คมานามาน ซึ่งคว้าแชมป์นี้กับรีล มาดริด

เขาได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเต็มที่นัดแรกในวันที่ 15 สิงหาคม 2001 ในนัดที่พบกับฮอลแลนด์ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เขากลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษคนแรก ที่ไม่ได้เล่นกับทีมในลีกอังกฤษ
และไม่ได้อยู่ในอังกฤษด้วย ในปี 2001 เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในยุโรป (รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี)

วันที่ 31 พฤษภาคม 2007 ฮาร์กรีฟส์ ก็ได้ย้ายเข้ามาเล่นในลีกอังกฤษจนได้ และทีมที่คว้าเขามาร่วมทีมคือ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั่นเอง ในราคาค่าตัว 17 ล้านปอนด์

แต่ในฤดูกาล 2008/09 ที่ผ่านมา โอเว่น มีอาการบาดเจ็บหัวเข่า ทำให้ทั้งฤดูกาลได้ลงเล่นแค่ 2 นัดเท่านั้น

เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ซึ่งสามารถเล่นเป็นกองหลังก็ได้ เขามีฝีเท้าที่เร็ว มีพละกำลังและความคล่องแคล่ว ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลยุโรป
ทำให้เขาเป็นที่สนใจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมซึ่งกำลังมองหามิดฟิลด์มาแทนที่อดีตกัปตันทีม รอย คีน และในวันที่ 31 พฤษภาคม 2007 แมนฯ ยูไนเต็ด
ได้ประกาศว่าทีมได้เซ็นสัญญาซื้อตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 17 ล้านปอนด์ หลังจากการเจรจามากว่า 1 ปี โดยเขาจะเข้ามาร่วมเล่นกับทีมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2007